เที่ยวซาปาไปยังไงให้โดน

แม้จะเป็นเมืองเล็กที่ห้อมล้อมตัวภูเขา อยู่ในเขตจังหวัดลาวไก และอยู่ใกล้ประเทศจีน แต่เป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงาม ประชากรส่วนใหญนั้นจะเป็นชาวเขาเผ่าต่างๆ ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนั้นหลงรักกับเมืองเหนือของประเทศเวียดนามเป็นอย่างมาก เพราะธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์อยู่มากและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงคือ เทือกเขาฟานสิบันที่ยอดเขานั้นสูงที่สุดในแถบอินโดจีน ซึ่งนักพิชิตยอดเขานั้นไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเลยค่ะ

1

การเดินทางไปยังซาปา

เดินทางไปทางตอนเหนือของเมืองฮานอย ซึ่งมีอยู่ 2 เส้นทางด้วยกันคือทางรถยนต์และทางรถไฟค่ะ แต่การเดินทางทางรถยนต์นั้นออกจะลำบากสักหน่อยเพราะหนทางที่จะไปยังซาปานั้นเป็นภูเขาที่คดเคี้ยวลาดชั้นและทางไต่ละดับที่อันตรายมากๆ หากไม่ชำนาญทางอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เพราะฉะนั้นทางรถไฟจะสะดวกและปลอดภัยที่สุดค่ะ ที่สำคัญการรถไฟที่เวียดนามนั้นตรงเวลามาก แถมยังมีที่นั่งและทั้งที่นอนให้เลือกด้วยตั้งแต่ hard seat, soft seat และ soft berth รถไฟตู้นอนมีให้เลือกเป็นตู้แบบ 6 คนและ 4 คน มีให้บริการถึง 6 เที่ยวต่อวันเลยที่เดียวค่ะ ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง สามารถเช็ครอบได้ที่ Vietnam Railway เบอร์โทรศัพท์ +84-904619926 หรือทางเว็บไซต์ www.vietnam-railway.com

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางซาปา

  • เริ่มต้นจากในเมือง เนื่องจากเมืองซาปาเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติมาตั้งแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศสสำหรับเจ้านายชั้นสูงในอดีต อีกทั้งเมืองซาปาได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมากในด้านสถาปัตยกรรมต่างๆ รวมไปจนถึงผังเมืองแบบ เฟรนซ์โคโลเนียลและมีโบสถ์ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากคือ โบสถ์คาทอลิกซาปา และมีสวนสาธารณะที่กระจัดจายอยู่ทั่วมุมเมืองและที่สำคัญคือสวนสาธารณะฮามรองที่มีพื้นที่อยู่บริเวณเชิงเขาที่สวยงามและประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเทือกเขาที่ซ้อนกัน
  • 1
  • น้ำตกซิลเวอร์ เส้นทางไปยังไลโจว เป็นน้ำตกที่ออกไปจากตัวเมืองเพียงเล็กน้อยท่ามกลางเทือกเขาที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามยังมีน้ำตกซิลเวอร์ที่สวยงามและชนเผ่าต่างๆ ที่มีกันอยู่หลาย เวลาเปิดปิดนั้น 8:00 – 17:30 น. การเก็บค่าเข้าชมนั้นคือ 20,000ด่อง/คน และเด็กที่อายุต่ำกว่า 9 ขวบนั้นเข้า ฟรี  ค่ะ การเข้าไปชื่นชมธรรมชาติของน้ำตกซิลเวอร์สามารถพบเห็นการใช้ชีวิตของชาวชนเผ่าจนถึงตัวน้ำตก ที่มีความสูงถึง 100 เมตร เส้นทางที่เดินเข้าไปก็แสนจะสบายเพราะปูด้วยพื้นปูซีเมนต์ และมีจุดพักอยู่ตลอดทางรวมทั้งจุดถ่ายรูปต่างๆ อีกด้วย และมีสะพานเหล็กข้ามผ่านลำธารซึ่งรวมระยะทางประมาณ 200 เมตรและใช้เวลาเดินทาง 30-45 นาทีเท่านั้นค่ะ
  • ตลาดซาปา           ตลาดที่ตั้งห่างจากโบสถ์คาทอลิกเพียงแค่ไม่เท่าไร ตลาดซาปาจะเป็นตลาดสดที่เปิดในช่วงเช้าเท่านั้นซึ่งจะมีผู้คนจำนวนมากมาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งมีทั้งนักท่องเที่ยวและชนเผ่าต่างๆ ออกมาเสนอขายสินค้าต่างๆ มากมาย ซึ่งมีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และด้านหลังจะเป็นส่วนที่จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย ที่สำคัญยังมีทั้งต้นไม้ ดอกไม้และสินค้าทำมือ ที่สำคัญห้ามพลาดที่สุดคือ “ตลาด Love Market” ที่จะเป็นตลาดแห่งการนัดพบขอลชาวเผ่ามงดำ ที่มีขึ้นที่ตลาดซาปาแต่จะเกิดขึ้นทุกค่ำคืนวันเสาร์เท่านั้น ซึ่งคุณจะได้พบเห็นการร้องเพลงจีบกันระหว่างชาบหญิง และถ้าหากทั้งสองฝ่ายรักชอบกัน ฝ่ายชายก็จะอุ้มหญิงสาวกลับไปที่บ้านเป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นก็จะมีพิธีการแต่งงานเกิดขึ้นซึ่งยังคงมีให้เห็นอยู่ที่นี่เท่านั้น
  • โบสถ์คาทอลิกซาปา โบสถ์หินอ่อนที่สวยงามและมีที่เดียวในซาปา สร้างขึ้นในสมัยที่เวียดนามตกเป็นอณานิคมของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1930 ซึ่งโบสถ์นี้เป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก (ซึ่งมีที่เดียว) และตกแต่งด้วยศิลปะแบบโกธิค ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยว ชาวบ้านแถวนั้น และเหมือนกับเป็น Landmark ของที่นี่ไปแล้ว
  • ภูเขาฮามรอง มุ่งหน้าจากตัวเมืองซาปาไปยังโบสถ์คริสต์และจะมีป้ายบอกทางขึ้นไปถึงทางเข้าของภูเขาฮามรอง เวลาเปิดตั้งแต่เวลา 8:00 – 17:30 น.ซึ่งจะเก็บค่าเข้าด้วยสำหรับผู้ใหญ่นั้น 70,000 ด่อง เด็กที่อายุ 6-9 ปี 30,000 ด่อง ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่านั้นจะเข้าฟรีค่ะ เนื่องจากเป็นสถานที่ของเอกชน มีความสูงประมาณ 1,800 เมตรที่สำคัญมีจุดท่องเที่ยวภายในทั้งหมดถึง 19 แห่งและถูกจัดแต่งอย่างสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ มีทั้งสวนกล้วยไม้ป่า สวน 12 นักษัตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใส ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ลานแสดงศิลปะพื้นเมือง สนามเด็กเล่น และเมื่อเดินเข้าไปจะมีป่าหินอีกด้วยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ประตูสวรรค์  และยังมีถ้ำขนาดเล็กให้นักท่องเที่ยวได้ลอดผ่านไว้ด้วย และเมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงสุดนั้นคุณจะสามารถเห็นซาปาได้ถึง 180 องศาและยังมองเห็นเทือกเขาฟานสิปันอีกด้วย
  • หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต เดินทางออกจากตัวเมืองซาปาประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้นเองเวลาเปิดปิด 8:00-17:30 น.และเก็บค่าเข้าชม 40,000 ด่อง/คน และ 15,000 ด่องสำหรับเด็กค่ะ หมู่บ้านชาวม้งดำที่เก่าแก่ที่สุดในซาปาและแต่งกายโดยใช้ชุดดำและสีน้ำเงินเข้ม อาชีพหลักคือการปลูกข้าว ทำสินค้าหัตถกรรม หาของป่ามาขาย และตลอดเส้นทางคุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวม้งดำได้ตลอดสองข้างทางและได้ชื่นชมความงดงาม ทิวทัศน์ที่มีพื้นนาโอบกอดทั้งสองข้างที่คุณจะได้เห็น แต่ทางที่จะเดินไปยังน้ำตกนั้นลาดชันควรที่จะระวังด้วยนะคะ
  • หมู่บ้านตาฟาน เดินทางออกไปทางทิศใต้อีก 10กิโลเมตร เวลาเปิดปิดนั้นตั้งแต่ 00 – 17:30 น. และเก็บค่าเข้าชม 40,000 ด่อง/คน และ 15,000 ด่องสำหรับเด็กค่ะ หมู่บ้านชาวเขาขนาดใหญ่ที่มีชนเผ่าอยู่หลายเผ่ามาอาศัยอยู่ร่วมกัน เหมือนกับคุณกำลังได้เข้าชมชนเผ่าทั้งหลายในเวียดนามในเวลาเดียวกัน การเดินทางในที่หมู่บ้านตาฟานนั้นมีจุดชมวิวคันนาที่เป็นแบบบันไดที่ใหญ่จนสุดลุกหูลูกตา ซึ่งเป็นความงดงามของชาวเขาอย่างแท้จริง และมีสะพานแขวนข้ามลำธารสายใหญ่ซึ่งคุณจะได้ตื่นตาตื่นใจมากๆ ในหุบเขาเป็นลักษณะเวิ้งกว้างและมีชาวเขาอยู่กันกระจัดกระจายและมีธารเล็กๆ ไหลผ่านอย่างสวยงาม ที่นี่มีเกสต์เฮ้าส์ไว้รับรองแขกที่มาแวะเวียนด้วย
  • ตลาดบั๊กห่า เป็นตลาดที่ห่างออกจากตัวเมืองประมาณ 110 กิโลเมตร อาจจะเดินทางไกลสักหน่อยแต่สามารถหารถที่ขับไปยังรถประจำทางประมาณ 30 กิโลเมตร มีรถประจำทางเอาไว้ให้บริการทุกวันตั้งแต่ 6:30 – 11:00 น. และ 13:00 น. แต่ที่ง่ายที่สุดนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อทัวร์ได้ด้วย ตลาดบั๊กห่าเป็นตลาดวันอาทิตย์ที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 700 เมตรและมีอากาศเย็นสบาย ผู้ที่มาเป็นลูกค้าและพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวเขาที่แต่งกายชุดประจำเผ่าอีกด้วย ตั้งแต่ ม้ง, เย้า, ไต-ไท เป็นต้นและเช่นกันระหว่างทางที่เดินไปสู่ตลาดคุณจะเห็นนาที่เป็นขั้นบันได และผักที่ปลูกตามฤดูกาล ตลาดบั๊กห่าเป็นตลาดที่คึกคักแล้วมีชนเผ่าม้งฮัว ออกมาจับจ่ายซื้อของด้วยเครื่องแต่งกายประจำเผ่าที่มีสีสันสวยสะดุดตามากๆ อีกด้วย

 

Leave a Reply