เที่ยวเมืองตอนใต้เมาะลัมไยน์

เมืองเมาะลัมไยน์เป้นเมืองหลวงของรัฐมอญ และยังเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศอีกด้วย เมื่อสมัยก่อนนั้นเมืองนี้เป็นเมืองท่าที่สำคัญของอังกฤษซึ่งคุณก็จะได้พบเจอกับอาคารสไตล์โคโลเนียลที่เก่าแก่อยู่หลายแห่งและโบสถ์คริสต์รวมถึงสิ่งก่อสร้างสไตล์อังกฤษมากมาย เนื่องจากติดกับแม่น้ำสาละวินซึ่งเป็นสายน้ำช่วงสุดท้ายก่อนที่จะไหลสู่ปากอ่าวเมาะตะมะไปจนสู่ทะเลน้ำลึกมีเรือสินค้าผ่านเข้าออกมากมาย ซึ่งมีสะพานสาละวินซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำสาละวินนี้มีความยาวถึง 3 กิโลเมตร สะพานนี้มีความยาวที่สุดในพม่าอีกด้วยโดยเชื่อมต่อเมืองเมาะตะมะและเมืองเมาะลัมไยน์ไว้ด้วยกัน

1

  • วัดไจ๊ตาลาน มีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อมีกองทัพของไทยได้ยกทัพมาที่เมืองนี้ ได้ท้ารบกับชาวมอญและต้องการที่จะครองเมืองเมาะลัมไยน์ แต่ชาวมอญไม่ต้องการที่จะเสียเลือดเสียเนื้อ จึงท้าแข่งการสร้างเจดีย์กับกงทัพของไทยซึ่งใครเสร็จก่อนเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งชาวไทยได้ใช้อิฐปูนในการก่อสร้างเจดีย์ แต่ชาวมอญใช้เพียงโครงไม้ไผ่และคลุมผ้าขาวเท่านั้น เมื่อทัพไทยเห็นว่าเจดีย์เสร็จแล้วจึงถอยทัพกลับ ซึ่งต่อมาเจดีย์ที่คนไทยสร้างเอาไว้นั้น ชาวมอญได้สร้างต่อจนเสร็จ ซึ่งได้ชื่อว่า วัดไจ๊ตาลาน หรือ วัดสยามพ่าย ความสวยงามของวัดแห่งนี้นั้นไม่เป็นรองใครเลยและสามารถเห็นวิวเมืองเมาะลัมไยน์ที่สวยที่สุด
  • วัดอูชีนะ วัดนี้ตั้งชื่อตามหลวงพ่อผู้ก่อสร้างวัดมีประวัติเล่าต่อขานต่อกันมาว่า หลวงพ่ออูชีนะได้นำพระเกศาธาตุมาบรรจุเอาไว้ในองค์เจดีย์ อีกทั้งบริเวณเจดีย์มีรูปปั้นเทวทูตทั้งสี่ที่มีขนาดเท่าคนจริงซึ่งมีความนัยหมายถึง คนแก่ คนเจ็บ คนตายและนักบวช อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามเป็นอย่างมากซึ่งทางซ้ายจะพบกับแม่น้ำสาละวิน และเกาะยักษ์ ส่วนด้านขวาจะเห็นวิวภูเขาและบ้านเรือนของชาวบ้านในเมืองเมาะลัมไยน์
  • วัดเตาเบ้า ในจุดเด่นของวัดแห่งนี้จะมีพระพุทธรูปนีพญาจีซึ่งมีความแตกต่างจะรูปองค์พระพุทธรูปทั่วไปซึ่งทำมาจาก การสานไม้ไผ่ทั้งองค์ โดยผู้สานนั้นคือ อาจารย์ โลง อน โส ชาวไทยใหญ่ผู้มีความเชี่ยวชาญในการจักรสานเป็นอย่างมากซึ่งใช้เวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้นเอง มีขนาดฐานบัวสูง 3 ฟุต 7 นิ้ว ลำตัวพระพุทธรูปสูง 11 ฟุต 11 นิ้ว หน้าตักกว้าง 9 ฟุต 9 นิ้ว รอบพระพักตร์ 8 ฟุต 4 นิ้วที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากโดยใช้ไม้ไผ่กว่าแสนเส้น
  • 2
  • วัดยาดานาโป่งเมี้ย วัดนี้มีพระมเหสีของกษัตริย์พระเจ้ามินดงมาเสด็จบวชเป็นแม่ชี ภายในวัดได้ตกแต่งภายในวัดอย่างสวยงามโดยเฉพาะ บัลลังก์สิงห์เก่า ซึ่งอยู่ในวิหารที่คาดว่าสร้างเมื่อศตวรรษที่ 18 เพื่อเอาไว้สำหรับกษัตริย์ใช้ในการว่าราชการ ถูกตกแต่งตัวกระจกสีส่วนด้านหลังบัลลังก์เป็นภาพสี่เหลี่ยมเรียงต่อกันหลายภาพเป็นภาพ 108 มงคล ในห้องถัดไปจะเป็นห้องขนาดเล็กซึ่งไม่อนุญาติให้เข้าไปชมด้านในแต่คาดว่าเป็นห้องที่ประทับของพระมเหสีของพระเจ้ามินดง ในวัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเช่น งาช้าง พระเขี้ยวแก้วจำลองมาจากศรีลังกา งานแกะสลักต่างๆ ที่ยังคงสมบูรณ์แม้จะเป็นเวลานานมาแล้ว และอีกสิ่งนึงที่สำคัญและไม่ควรพลาดเลยคือ พระมหามัยมุนีจำลอง ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า มีลักษณะทุกอย่างคล้ายองค์จริงแต่ขนาดและเครื่องทรงที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสวยงามไม่เท่าองค์จริง
  • วัดวินเส่งตอว์ยะ วัดนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเจ๊ากะโลงในเมืองมงดง ซึ่งห่างออกไปจากเมืองเมาะลัมไยน์ไปทางทิศใต้ประมาณ 20 กิโลเมตรซึ่งจะเห็นองค์พระนอนขนาดใหญ่ เริ่มต้นจากเจ้าอาวาสชื่อ หลวงพ่อวินเซง ผู้ก่อตั้งวัดและเป็นผู้ก่อสร้างองค์พระนอนองค์นี้ซึ่งเป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในตอนแรกเจ้าอาวาสมีความต้องการให้ยาวเพียงแค่ 250 ศอกแต่เมื่อสร้างเสร็จกลับยาวถึง 400 ศอกรวมความยาวขององค์พระประมาณ 200 เมตร ภายในจะถูกแบบออกเป็น 8 ชั้น มีห้องอยู่ภายในถึง 180 ห้องที่เชื่อมต่อกัน มีรูปปั้นและการจัดแสดงเรื่องราวของพระพุทธประวัติ คำสอนต่างๆ เกือบุกห้องในปัจจุบันมีการแสดงให้เปิดเข้าชมเพียงแค่ 2 ชั้นเท่านั้น

Leave a Reply